
พ่อ รู้สึกขบขัน แกมสงสาร อย่างไม่น้อยที่เห็นลูกชายคนโต ดีใจจนเนื้อเต้นในการที่ได้รับ "ป็ากเก้อร ๕๑" ด้ามหนึ่ง เป็นของขวัญวันเกิด และเห็นลูกชายคนเล็กดีใจมากไปกว่านั้นอีกหลายเท่า ในการได้รับ ลูกกวาดของนอก กระป๋องเล็กๆ กระป๋องหนึ่ง เป็นของขวัญ ในโอกาสเดียวกัน
แต่พ่อไม่รู้สึกขบขันหรือสมเพชตนเอง ในการที่ตนเองตื่นเต้นยิ่งไปกว่าลูกทั้งสองอีกในการที่ได้รับบัตรเชิญไปในงานมีเกียรติ ชั้นพิเศษ ของเจ้านายรายหนึ่ง ซึ่งตนไม่เคยนึกฝันว่าจะได้รับ ด้วยอาการมือสั่นใจรัว แทบไม่เชื่อตาตนเองว่า บัตรนั้นส่งมาเชิญตน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
มันเป็นการเหลือวิสัยในการที่จะให้พ่อดีใจจนเนื้อเต้น ในเมื่อได้รับปากกาชนิดนั้น ด้ามหนึ่ง หรือ เมื่อได้ลูกกวาด กระป๋องหนึ่ง แต่ในที่สุด พ่อก็ไม่พ้นจากการที่ต้องมีใจเต้นรัว มือสั่น ด้วยได้ กระดาษแผ่นเล็กๆ อันหมายความถึง เกียรติ อันหรูหรา จริงอยู่ รูปธรรม เช่น ด้ามปากกา หรือ ลูกกวาด มันไม่เหมือนกับนามธรรม เช่น เกียรติ หรือไม่มีค่าสูงเท่าเทียมกัน แต่เราต้องไม่ลืมว่า มันสามารถ เขย่า ตัณหา (ภวตัณหา) ของคนได้โดยทำนองเดียวกัน โดยไม่มีผิด ในฐานะ ที่เป็นวัตถุ อันเป็นที่ตั้งแห่งความพอใจจนลืมตัวได้เท่ากัน แล้วแต่ว่าความใคร่ของใครผู้ใดมีอยู่อย่างไร ส่วนความที่ ต้องใจเต้น มือสั่น เหล่านั้น ฯลฯ มันไม่มีผิด กันที่ตรงไหน เพราะฉะนั้น ใครเล่า ที่ควร สมเพชใคร ในระหว่าง พ่อ-ลูก รายนี้
แบ่งปันนิทานเรื่องนี้ผ่าน Facebook
ขอขอบคุณที่มา: buddhadasa.com

















